จากเมล็ดพันธุ์สู่สันติภาพ: สิทธิและศักดิ์ศรีของเกษตรกร

 / สิงหาคม 11,2026

“งานนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของเกษตรกรหรือผู้ที่เพาะปลูก แต่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค เพราะเมล็ดพันธุ์ไม่ได้อยู่แค่ในแปลงเท่านั้น แต่ไปเป็นอาหารบนจานของคุณ ฉะนั้นถ้าเมล็ดพันธุ์เป็นของเกษตรกร อาหารก็เป็นของพวกคุณเหมือนกัน” – พิ้ม เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา

งานมหกรรมพันธุกรรม 2569 ภายใต้แนวคิด “เมล็ดพันธุ์อุษาคเนย์ เมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพ” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หอประชุมจังหวัดสุรินทร์ นอกจากจะเป็นพื้นที่ในการพบปะ แลกเปลี่ยนของผู้คนหลากหลายถิ่นมาร่วมงานเพื่อพูดคุย ยังเป็นพื้นที่สานต่อเจตนารมย์ โดยมี “เมล็ดพันธุ์” เป็นเครื่องมือหลักในการต่อรองกับอำนาจทั้งของฝ่ายทุนรวมถึงรัฐบาล เพื่อที่จะกำหนดอนาคตของเกษตรกร แสดงถึงการมีสิทธิและเสรีภาพในการดำรงชีวิต

เมล็ดพันธุ์กับความมั่นคงทางอาหารของทุกคน

ในมุมนี้ “สันติภาพ” ไม่ได้หมายถึงแค่การไม่มีสงคราม แต่หมายถึงการมีอำนาจในการดำรงชีวิตอย่างมั่นคงและเป็นธรรม จิราพัชร ช้ำเกตุ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา ทำเรื่องเกษตรอินทรีย์และเกษตรนิเวศในพื้นที่จ.ฉะเชิงเทราบอกว่า เมล็ดพันธุ์เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงทางอาหาร เป็นจุดสำคัญในการพิสูจน์ ยืนยันว่าเกษตรกรจะมีความมั่นคงและอิสรภาพในการเพาะปลูก ฉะนั้นเมล็ดพันธุ์จึงไม่ได้เป็นเฉพาะเครื่องมือในการเพาะปลูกอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมือการใช้ชีวิต ดำรงชีพ เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีเกษตรกร การไม่มีอิสรภาพในการได้มาซึ่งเมล็ดพันธ์ุ หมายความว่าเราไม่มีเสรีภาพ สันติภาพในการเพาะปลูกใด ๆ ก็ตาม 

สุมณฑา อาจศัตรู ประธานกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน กลุ่มอารยะฟาร์ม เป็นกลุ่มที่มีการผลิตและอนุรักษ์พัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำยัง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และมีการพัฒนาพันธุ์ถั่ว พืชผักต่าง ๆ ที่เป็นเหมือนวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำยัง มองว่า ความเป็นเมล็ดพันธุ์ การเก็บรักษา อนุรักษ์และพัฒนาเป็นเข็มทิศชี้นำเส้นทางให้กับคนในชนบทได้ดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ ถ้าขาดเมล็ดพันธุ์คงจะทำให้ชีวิตของคนบางคนถูกริดลอนสิทธิไป

เมล็ดพันธุ์ตัวกลางเชื่อมโยงผู้คน

ต่างคนต่างภาษา ต่างที่มา ต่างบทบาทหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร นักวิชาการหรือคนรุ่นใหม่ ในปีนี้มีกลุ่มจากประเทศเพื่อนบ้านมาร่วมงาน สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้โดยไม่มีกำแพงแม้จะต่างภาษา เพราะต่างเห็นและเผชิญกับปัญหาร่วมกันในบริบทที่ต่างกัน และทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือ การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน และพัฒนาและส่งเสริมการทำงานในพื้นที่ของตนเองต่อไป

“มีพี่น้องจากภูมิภาคของเรา 5-6 ประเทศที่เข้ามาร่วม ทำให้รู้สึกว่าแต่ละประเทศมีลักษณะ อัตลักษณ์ของตนเอง มีความจริงจัง มีการบุกเบิกที่จะอนุรักษ์รักษาพันธุกรรมของตัวเองไว้ให้ได้ แม้จะมีความแตกต่างในลักษณะของพืช แต่ที่สุดเราก็รู้ว่าการนำพันธุกรรมท้องถิ่นไปใช้ประโยชน์เพื่ออาหาร การแปรรูป พัฒนาเป็นสมุนไพร มันมีความจำเป็นและสิ่งสำคัญที่สุดคือการได้เชื่อมโยง แลกเปลี่ยนข้อมูลกันกับกลุ่มพี่น้องที่มาจากต่างภูมิภาค ทำให้ไม่ได้รู้สึกว่าเราโดดเดี่ยว ไม่ได้ต่อสู้อยู่คนเดียว ทำให้มีพลังกำลังใจการที่จะทำเรื่องราวของการอนุรักษ์พัฒนาพันธุ์พืชต่าง ๆ พวกเรา โดยมีการแลกเปลี่ยน การพูดคุย สร้างเครือข่ายทำงานร่วมกันที่เป็นระบบมากขึ้น” สุมณฑา กล่าว

เช่นเดียวกับจิรภัทร  ที่มองว่า สำหรับปีนี้ การเจอกันกับเพื่อนภูมิภาคทำให้เห็นการเชื่อมโยงกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่องเมล็ดพันธุ์หรือแม้แต่เกษตรกรรมไม่ได้เป็นเรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่พอเป็นเรื่องอาหารที่เป็นเรื่องของทุกคน และแต่ละพื้นที่ก็มีความใกล้เคียงกัน บริบทในวิถีหรือการเพาะปลูกมันมีความสอดคล้องกัน เพราะอย่างนั้น การที่เรามาเจอกันในงานก็บ่งบอกว่าเราจะขยับงานไปข้างหน้าต่อด้วยกัน จับมือกันในการรักษาอธิปไตยทางอาหารของเราไว้

เมล็ดพันธุ์กับอำนาจ

ต่อคำถามเชิงโครงสร้างที่สำคัญ คือสัดส่วนการครอบครองเมล็ดพันธุ์ส่วนใหญ่ยังอยู่กับบรรษัทเอกชน สันติภาพจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน แต่รวมถึงการมีโครงสร้างที่เป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรของกลุ่มเกษตรกร

สุมณฑา กล่าวทิ้งท้ายว่า ในมุมของชนบทที่มีวิถีชีวิตอยู่กับการเพาะปลูก คิดว่าคำว่า “เสรีภาพ” “สันติภาพ” คือการที่ทุกคนในชนบทสามารถที่จะเป็นเจ้าของเมล็ดพันธุ์ร่วมกัน ไม่ใช่เป็นคนใดคนหนึ่ง ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของเมล็ดพันธุ์ร่วมกันอย่างสันติจึงจะมีความเป็นสันติภาพได้ และเมล็ดพันธุ์จะสามารถเชื่อมโยงไปยังทุกมิติของการดำรงชีวิตของคนชนบท ดังนั้นเมล็ดพันธุ์จึงเป็นทางออก ทางเลือกและทางรอดในสังคมโลกปัจจุบันนี้ ในมุมของคนผลิตอาหาร ก็อยากให้ทุกคน ได้กิน สัมผัสกับอาหารรสชาติที่หลากหลาย เมล็ดพันธุ์จึงเป็นสิ่งที่จะต้องนำไปสู่คำว่าสันติภาพ

สันติภาพ นอกจากจะสื่อถึงการไม่มีความรุนแรงหรือความขัดแย้งแล้ว ยังหมายถึงสังคมที่เป็นธรรมและเอื้อให้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งก็คือเป็นชีวิตที่มีความเท่าเทียม การเข้าถึงทรัพยากร การมีสิทธิและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เมื่อผนวกเข้ากับคำว่า “เมล็ดพันธุ์” จึงหมายถึงเกษตรรายย่อยนั้นสามารถมีสิทธิและ อิสรภาพในการเข้าถึงทรัพยากรและรักษาเมล็ดพันธุ์ของตนนั่นเอง

Leave A Comment